หลายคนคงสงสัยระหว่าง ORGANIC กับ NATURALต่างกันอย่างไร

โดยเราจะขออธิบายตามมาตรฐานของ ECOCERT ซึ่งเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของโลกในการรับรองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิคจากทางฝั่งยุโรป ซึ่งทาง ECOCERT เนี่ยเค้าจะเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนของการผลิตสินค้าในกลุ่มออร์แกนิค ตั้งแต่การสร้างสูตร, การผลิต, การบรรจุ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ต่างๆ ที่ใช้เลยล่ะค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นองค์กรที่เป๊ะสุดๆ จนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากลเลยทีเดียว
ทีนี้เรามาไขข้อข้องใจ คำว่า เนเชอรัล (Natural) และ ออร์แกนิค (Organic) จริงๆ แล้วทั้งสองคำนี้คือชื่อที่ใช้เรียกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติทั้งคู่เลยค่ะ แต่คำจำกัดความที่ทำให้เจ้า 2 คำนี้มีความแตกต่างกัน ทาง ECOCERT เค้ากำหนดไว้แบบนี้ค่ะ

สารสกัดจากธรรมชาติ เนเชอรัล (Natural) จะแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

1. สารสกัดจากธรรมชาตินั้นจะต้องได้มาจากธรรมชาติ (Natural) เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือ น้ำมันหอมระเหย
2. สารสกัดจากธรรมชาตินั้นจะต้องมีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ แต่อาจมีการกระบวนการผลิตบางอย่างที่ดัดแปลง จนได้ออกมาเป็นสารชนิดหนึ่ง (Natural Origin) เช่น Sodium Coco Glucoside ซึ่งเป็นสารสกัดที่ต้นกำเนิดมาจาก มะพร้าว เป็นต้นค่ะ
สารสกัดจากธรรมชาติออร์แกนิค (Organic) คือ สารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีดัดแปลงใดๆ อีกทั้งแหล่งต้นกำเนิดของสารสกัดนั้นๆ จะต้องไม่ผ่านการปลูกโดยใช้ปุ๋ยที่มีส่วนผสมของสารเคมีเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไปเลยนะคะ
ดังนั้นการที่จะบอกได้ว่าสินค้าใดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ (Natural) หรือ เป็นสินค้า/ผลิตภัณฑ์แบบออร์แกนิคนั้น จึงมีวิธีการดู จากสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นหลักค่ะ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ ของใช้สำหรับเด็กที่มักจะมีการใช้คำว่า ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ (Natural) หรือ เป็นสินค้า/ผลิตภัณฑ์แบบออร์แกนิค (Organic) กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมาตรฐานของ ECOCERT เค้าได้กำหนดไว้ดังนี้ค่ะ
สินค้าธรรมชาติ (Natural) จะต้องมีสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ (Natural) หรือ สารสกัดที่มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ (Natural Origin) อย่างน้อย 95% ของส่วนผสมทั้งหมด หากมีน้อยกว่านั้นจะไม่สามารถ กล่าวได้ว่าสินค้านั้นเป็นผลิตภัณที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural)ได้
สินค้าออร์แกนิค จะมีสิ่งที่เพิ่มเติมจากสินค้าธรรมชาติ คือจะ ต้องมีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคผสมอยู่ไม่ต่ำกว่า 10% ของส่วนผสมทั้งหมด ซึ่งส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคนั้น ก็คือ สารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีใดๆ และแหล่งต้นกำเนิดสารสกัดนั้นๆ จะต้องไม่ผ่านการปลูกโดยใช้ปุ๋ยที่มีส่วนผสมของสารเคมีเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไปอย่างที่เคยเล่าไปแล้วนั่นเองค่ะ    ซึ่งถ้าหากว่าสินค้าใดต้องการการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ออร์แกนิคระดับมาตรฐานสากลนั้น จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลก่อนนะคะ ซึ่งแต่ละองค์กรนั้นก็จะมีข้อกำหนดมาตรฐานปลีกย่อยต่างๆ กันไปอีก เช่น สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับรองมาตรฐานจาก ECOCERT ได้นั้น จะต้องมีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคในสัดส่วนขั้นต่ำ 75% ขึ้นไป ส่วนถ้าเป็นการรับรองโดยองค์กรของทางสหรัฐอเมริกา ตามมาตรฐานของ USDA แล้ว ผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคในสัดส่วนขั้นต่ำ 95% ขึ้นไปถึงจะได้รับการรับรองจาก USDA ค่ะ
ขอบคุณความรู้ดีๆ จาก lamoonbaby